วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่8
วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่7
สารานุกรมเสรีวิกิพีเดียเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายเนื่องจากเป็นสารานุกรมเสรีออนไลน์ สามารถค้นหาข้อมูลรวมถึงสามารถเพิ่มเติม ปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาได้ทันทีผ่านทางเว็บไซต์ ส่วนในด้านความถูกต้องของข้อมูล มีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด เมื่อเปรียบเทียบกับสารานุกรมโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น สารานุกรมบริเตนนิกา ซึ่งเป็นที่น่าเชื่อถือและเก่าแก่ที่สุดในโลก จึงมีการสำรวจด้านความถูกต้องของข้อมูลระหว่างสารานุกรมเสรีวิกิพีเดียและสารานุกรมบริเตนนิกา ทั้งนี้มีผลอ้างอิงจากการสำรวจการทดสอบความถูกต้อง ของบทความวิทยาศาสตร์โดยนิตยสาร Nature (วารสารทางด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งได้รับความเชื่อถือเป็นอย่างสูง) ฉบับวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๘ หัวข้อเรื่อง Internet encyclopedias go head to head โดยนิตยสาร Nature ได้เลือกบทความ ในส่วนวิทยาศาสตร์ของสารานุกรมโดยผู้เชี่ยวชาญ (สารานุกรมบริเตนนิกา) และสารานุกรมเสรี (สารานุกรมเสรีวิกิพีเดีย) มาตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา การใช้คำที่เหมาะสม ความสวยงามของประโยคที่ใช้ ว่ามีความผิดพลาด ต่างกันมากเพียงใด ซึ่งผลจำนวนการผิดพลาดของสารานุกรมเสรี (สารานุกรมเสรีวิกิพีเดีย) กับสารานุกรม โดยผู้เชี่ยวชาญ (สารานุกรมบริเตนนิกา)จากนิตยสาร Nature แสดงได้ดังตารางการเปรียบเทียบ ความผิดพลาดของสารานุกรมโดยผู้เชี่ยวชาญ (Britannica) และ
สารานุกรมเสรี (Wikipedia)
ที่มา รายละเอียด
วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่6
ในอดีตนั้นการจัดทำสารานุกรมจะจัดทำในรูปแบบของหนังสือ ต่อมามีการพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบของซอฟต์แวร์ (บันทึก ลงซีดี) นอกจากนี้ยังนำเนื้อหาสารานุกรมมาอยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์(สารานุกรมออนไลน์) อีกด้วยโดยสารานุกรมออนไลน์นี้ เป็นการนำเครื่องมือมาเป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างผู้ใช้ ได้แก่ เว็บไซต์ สาเหตุที่มีการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการการจัดทำสารานุกรมเนื่องจากมีความสะดวกสบายและง่ายต่อการเข้าถึงมากขึ้น สารานุกรมออนไลน์ มิได้มีเพียงแต่การนำข้อมูลจากหนังสือมาจัดการบนเว็บไซต์ เพียงเท่านั้นแต่ได้มีการจัดทำสารานุกรมโดยให้ผู้ใช้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างบทสารานุกรมขึ้นมารวมทั้งร่วมอภิปรายแก้ไขในบทสารานุกรมต่างๆ อีกด้วย
ประเภทของสารานุกรมออนไลน์ สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภท
ก). แบ่งตามการใช้งานของผู้ใช้
หากแบ่งประเภทของสารานุกรมออนไลน์ตามการใช้งานของผู้ใช้แล้วสารานุกรมออนไลน์แต่ละแห่งนั้นจะมีความแตกต่าง
กันในเรื่องของการถ่ายทอดความรู้ของบทสารานุกรมผ่านเว็บไซต์โดยสามารถแบ่งประเภทของการให้ความรู้นั้นออกเป็นสอง
กลุ่มย่อย ได้แก่
(๑) กลุ่มที่ ๑ สารานุกรมออนไลน์ที่ให้ความรู้เพียงอย่างเดียวแต่ไม่มีการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการอภิปรายหรือแก้ไขในบท
สารานุกรม โดยสารานุกรมประเภทนี้จะนำสารานุกรมต่างๆ ที่ได้ตีพิมพ์ในหนังสือ มาอธิบายหรือให้ความรู้ผ่านเว็บไซต์
สารานุกรมออนไลน์ ประเภทนี้ เช่นโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
(๒) กลุ่มที่ ๒ เป็นสารานุกรมออนไลน์ที่เปิดกว้าง ให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการอภิปราย แสดงความคิดเห็นรวมถึงแก้ไขบท
สารานุกรม ดังนั้นบทสารานุกรมต่างๆ นั้นจึงเกิดขึ้นจากการที่ผู้ใช้ร่วมกันสร้างขึ้นมาร่วมกัน โดยบทความจะถูกกลั่นกรองข้อมูล
ไปในตัวระหว่างที่มีการร่วมกันอภิปราย ของผู้ใช้สารานุกรมออนไลน์ประเภทนี้ ตัวอย่างของสารานุกรมออนไลน์ประเภทนี้ เช่น วีกิพีเดีย LoveToKnow1911
วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่5
สารานุกรมทั่วไป (General Encyclopedias)
สารานุกรมเฉพาะวิชา (Subject Encyclopedias)
สารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน. พระนคร : ราชบัณฑิตยสถาน, 2498 – ปัจจุบัน.
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่มา รายละเอียด
วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่4

สารานุกรม คือเรื่องคัดย่อที่ถูกเขียนขึ้นสำหรับการรวบรวมความรู้ เป็นคำสมาสจากคำว่า"สาร"และ"อนุกรม" กล่าวคือเป็นความรู้ที่เป็นเรื่องราวถูกจัดเรียงในลำดับ จะมีทั้งประเภทความรู้ทั่วไป และความรู้เฉพาะด้านเช่น สารานุกรมการเกี่ยวกับการแพทย์ คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือ จัดทำเพื่อจุดประสงค์เฉพาะ เช่น สารานุกรมสำหรับเยาวชน
สารานุกรมที่เป็นที่รู้จักกันดีได้แก่ สารานุกรมบริเตนนิกา (Encyclopædia Britannica) สารานุกรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่มีการตีพิมพ์ [1] ตีพิมพ์ฉบับแรกในภาษาอังกฤษในช่วงปี พ.ศ. 2311-2314 (ค.ศ. 1768–1771) ในเมืองเอดินบะระ สกอตแลนด์ ซึ่งในปัจจุบันได้มีการตีพิมพ์และจำหน่ายในฉบับซีดี
สารานุกรมสามารถเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องทั่วไป ดังที่ปรากฏในสารานุกรมที่มีชื่อเสียง สารานุกรมบริเตนนิกาในภาษาอังกฤษและสารานุกรมบร็อกเฮาส์ (Brockhaus)ในภาษาเยอรมัน หรือสารานุกรมอาจจะเป็นเรื่องราวเฉพาะทางเช่น สารานุกรมเกี่ยวกับ การแพทย์ ประวัติศาสตร์ ปรัชญา หรืออาจจะเป็นสารานุกรมที่ครอบคลุมเนื้อหาในแต่ละภูมิภาค ประเทศ หรือกลุ่มชน และขณะที่บางสารานุกรมจัดทำขึ้นเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย เช่นสารานุกรมสำหรับเยาวชน ที่จะมีเนื้อหาที่อ่านง่าย และเข้าใจง่าย สารานุกรมจะใช้การจัดเรียงหัวข้อ 2 ลักษณะ คือ เรียงตามอักขระ และ เรียงตามกลุ่มเนื้อหา ในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาของเทคโนโลยีได้มีการนำสารานุกรมมาจัดเก็บในรูปแบบใหม่รวมถึงการจัดเรียงลำดับข้อมูล ดังตัวอย่างเช่นโครงการวิกิพีเดีย และ เอชทูจีทู (h2g2) เพื่อให้การใช้งานสารานุกรมง่ายต่อการใช้
สารานุกรมเป็นคำสมาสจากคำ สาร และ อนุกรม มีความหมายรวมว่า สาระ หรือ เรื่องราว ซึ่งมีการจัดเรียงเป็นลำดับ หมวดหมู่ คำว่าสารานุกรมในภาษาอังกฤษ คือ Encyclopedia หรือ Encyclopædia ซึ่งมีที่มาจากภาษากรีก εγκύκλιος παιδεία (enkyklios paideia; "in a circle of instruction") จากคำว่า εγκύκλιος หมายถึง circuit shaped. โดย κύκλος หมายถึง circuit และ παιδεία หมายถึง instruction. คำว่า Encyclopedia นี้บางครั้งก็ใช้ว่า Cyclopaedia ซึ่งให้ความหมายเหมือนกัน
ในประเทศไทยมีโครงการจัดทำ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฉบับกาญจนาภิเษก โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย ที่มีลักษณะคล้ายสารานุกรม